Bitkub Chain เคลื่อนทัพพร้อมเจาะลึกข้อมูลเชิงเทคนิคสุดล้ำ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นสู่ปัจจุบัน และเน้นย้ำถึงการใช้งานจริงของเทคโนโลยีบล็อกเชน

Bitkub Chain เครือข่ายบล็อกเชนที่พัฒนาโดย Bitkub Blockchain Technology เป็นโปรเจกต์บล็อกเชนที่มุ่งมั่นสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และกระจายโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และโปร่งใส ประกาศเคลื่อนทัพเจาะลึกข้อมูลเชิงเทคนิคสุดล้ำโดยคุณสำเร็จ วจนะเสถียร Chief Technology Officer (CTO) บริษัท Bitkub Blockchain Technology ผ่านช่องทาง Bitkub Chain Official Facebook Page

ภายในบันทึกสัมภาษณ์ดังกล่าว คุณสำเร็จได้เจาะลึกข้อมูลเชิงเทคนิคบน Bitkub Chain สรุปได้ดังนี้

จุดเริ่มต้นของ Bitkub Chain

ก่อนที่โปรเจกต์ Bitkub Chain ได้ถือกำเนิดขึ้น ทีมงาน Bitkub Blockchain Technology ได้ริเริ่มไอเดียโปรเจกต์จาก 3 วิสัยทัศน์หลัก ประกอบไปด้วย 

1. การทำให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงเครือข่ายบล็อกเชนได้ในวงกว้าง (รองรับการใช้งาน Mass Adoption) 

2. การทำให้เครือข่ายบล็อกเชนมีความปลอดภัยสูง และมีความเสถียร

3. ต้องการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีสำหรับผู้ใช้งานทุกระดับ

ซึ่งในทางเทคนิคนั้น Bitkub Chain ได้ถูกพัฒนาผ่านชุดข้อมูลที่สามารถรองรับเครื่องมือบน Ethereum หรือว่า EVM Compatibility ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้าง DApp (Decentralized Application) ต่าง ๆ และพัฒนาโปรเจกต์บน Bitkub Chain ได้ง่าย ผ่านการประมวลผลของบล็อกที่รวดเร็ว ด้วยค่าธรรมเนียมต่ำ และระบบฉันทามติ (Consensus) ที่ตอบโจทย์ต่อการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้งานในประเทศที่ประสบปัญหาค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ค่อนข้างแพงจากการใช้เครือข่ายบล็อกเชนอื่น ๆ

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาใหม่พร้อมกับการเปิดใช้งาน Bitkub Chain

  1. KUB Coin – เหรียญหลักประจำเครือข่าย มีลักษณะเป็น Utility Token พร้อมใช้ ที่เปิดโอกาสให้สาธารณชนได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของเพื่อสนับสนุนการดำเนินการและพัฒนาเครือข่าย Bitkub Chain ซึ่งเป็นไปด้วยดีตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน โดยเหรียญ KUB มีอรรถประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การใช้เหรียญ KUB ในการจ่ายค่าแก๊ส (Gas Fee) บนเครือข่าย Bitkub Chain การแลกเปลี่ยนเป็นค่าธรรมเนียมซื้อขาย (Fee Credit) การฝากเหรียญ KUB ไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อรับสินทรัพย์ดิจิทัลและรางวัลอื่น ๆ จาก Bitkub Chain และการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการจากพันธมิตรของ Bitkub
  2. Block Size – ขนาดบล็อกบน Bitkub Chain ได้ถูกเซ็ทไว้ที่ 60,000,000 Gas ตั้งแต่แรกเริ่ม อย่างไรก็ดีขนาดบล็อกจะสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามจำนวนธุรกรรมในอนาคต หรืออาจจะมากกว่าเชนอื่น ๆ เช่น Ethereum ที่ถูกเซ็ทไว้ที่ 15,000,000 Gas (อ้างอิงจากปี 2564) ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน ทำให้สามารถรองรับจำนวนธุรกรรมได้มากขึ้น
  3. Block Time – Bitkub Chain ได้ริเริ่มใช้ระบบฉันทามติแบบ Proof-of-Authority (POA) ซึ่งเป็นกลไกของระบบในการยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชน ทำให้การยืนยันข้อมูลต่าง ๆ จะใช้เวลาประมาณ 5 วินาที ซึ่งเร็วกว่าเครือข่าย Ethereum โดยความเร็วในการยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชนจะถูกคำนวนจากขนาดและธุรกรรมต่อบล็อก (Transaction per block) ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน โดยการปรับตัวเลขในลักษณะนี้เป็นความท้าทายอย่างมากในเชิงเทคนิค แม้ว่าจะเป็นเพียงการตั้งค่าของระบบ แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยองค์ประกอบอื่น ๆ มาบูรณาการให้การปรับค่าเช่นนี้ทำงานได้จริงและมีความเสถียร
  4. Transaction Fee – กลไกเชิงเทคนิคบน Bitkub Chain จะใช้กลไกที่แตกต่างจากเครือข่ายอื่น เรียกว่า “Fixed Minimum” ที่จะช่วยเซ็ทค่าธรรมเนียมให้คงที่ที่ 50 GBit ทำให้ผู้ใช้งานสามารถคาดเดาต้นทุนค่าแก๊สในการทำธุรกรรมได้ โดยจะเป็นการรับรองว่าหากผู้ใช้งานจ่ายค่า Gas มาเท่ากับค่าธรรมเนียมขั้นต่ำดังกล่าว ธุรกรรมนั้นจะถูกประมวลผลในที่สุด ทำให้ผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการต้นทุนในการทำธุรกรรมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับรูปแบบการคำนวณ Gas Price ในการทำธุรกรรมของ Etheruem
  5. Hyper Block – อัลกอริทึมที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำธุรกรรมได้มากกว่า 1,000 ธุรกรรมภายใน 1 วินาที ซึ่ง Hyper Block จะช่วยลดและรวมจำนวนธุรกรรมเพื่อส่งไปยังปลายทาง ทำให้การทำธุรกรรมบน Bitkub Chain มีความรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ผ่าน 4 เทคโนโลยีประกอบไปด้วย
    • Backend Service – เป็นระบบในการจัดการบริหารข้อมูลส่วนกลาง (Backed Transaction Pool) เพื่อลดความถี่ในการติดต่อกับบล็อกเชน โดยจะทำการเรียกข้อมูลจากธุรกรรมทั้งหมดในคราวเดียวผ่าน Contract Address นอกจากนี้ Bitkub Chain ยังมีกลไกการจัดเรียงธุรกรรม (Transaction Defragmentation Mechanism) เพื่อให้ขนาดของ Block ที่เหลืออยู่ถูกใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
    • Gas Tank Module – เปรียบเสมือนเลขกระเป๋าที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานในการจ่ายค่าแก๊สในทุก ๆ ธุรกรรมที่เกิดขึ้นบน Bitkub Chain
    • KAP Standard (Smart Contract) – โทเคนมาตรฐานบน Bitkub Chain ที่ได้ถูกพัฒนาและต่อยอด (Fork) จากชุดโค้ด ERC Standard ที่จะช่วยให้นักพัฒนาวางใจในเรื่องความปลอดภัยของ Ecosystem ที่ได้รับการดูแลจาก Bitkub Chain ผ่าน 3 ฟังก์ชันหลักที่ Bitkub Chain ได้คิดค้นขึ้นมา ดังนี้ 

                     1. getOwner() : ฟังก์ชันตรวจสอบเจ้าของ Smart Contract บนเครือข่าย Bitkub Chain เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสต่อผู้ใช้งาน

                     2. batchTransfer (from , to[] , value[]) : ฟังก์ชันที่ใช้เรียกการทำธุรกรรมคราวละหลายพันธุรกรรมในครั้งเดียว เพื่อบันทึกข้อมูลลงไปในบล็อกเชน ทำให้สามารถประหยัดค่าธรรมเนียมและกระจายเหรียญจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

                     3. adminTransfer(from , to , value) : ฟังก์ชันที่เรียกใช้โดยคณะทำงานของผู้ออกเหรียญ KUB ซึ่งถูกแต่งตั้งให้ดูแลธุรกรรมในระบบที่เข้าข่ายการกระทำผิด และ/หรือ มีหมายศาลให้บังคับสินทรัพย์ดิจิทัล ให้กลับมายังส่วนกลาง เพื่อดำเนินการคืนให้กับเจ้าของหรือผู้เสียหาย

    • Fail-Safe Mechanism – ระบบทวนการส่งธุรกรรมแบบอัตโนมัติเมื่อธุรกรรมล้มเหลวหรือไม่สำเร็จ (Fail) ทำให้สามารถตัดปัญหาในเรื่องของความไม่ต่อเนื่องในการยืนยันธุรกรรม

6. ความปลอดภัย (Security) – ทางทีมงาน Bitkub Chain ได้ออกแบบกระเป๋าเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล (Bitkub NEXT) ให้อยู่บนพื้นฐานความปลอดภัย ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชันลงทะเบียนเบอร์โทร อย่างไรก็ดี ในอนาคตจะมีการเปิดให้ใช้งานฟังก์ชัน KYC อย่างเต็มรูปแบบ

การพัฒนาต่อยอด Bitkub Chain สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในอนาคต

  1. การปรับลดค่าแก๊สจาก 50 Gbit เป็น 5 Gbit – เนื่องจากพันธกิจหลักของ Bitkub Chain คือการรองรับการใช้งานในวงกว้าง (Mass Adoption) ทำให้ผู้พัฒนาจำเป็นต้องปรับ จำนวนเหรียญ KUB ให้เหลือเพียง 110,000,000 KUB พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบการแจกจ่ายเหรียญเพื่อความเหมาะสมและความยั่งยืนของเครือข่าย Bitkub Chain
  2. Byte Code – คือ วิธีการเข้ารหัสในระดับพื้นฐาน Bytecode แล้วนำมาเทียบกับ Bytecode ชุดมาตรฐานของ KAP เพื่อยืนยันว่ามีโค้ดใน Smart Contract ที่เหมือนกัน และมีมาตรฐาน KAP ครบทุกจุด ทำให้ช่วยลดปัญหาด้าน Human Error และเพิ่มความมั่นใจกับผู้ใช้งานและผู้พัฒนาได้ว่าไม่มีการใส่โค้ดที่ผิดลงไปใน DApp
  3. Bitkub Chain Layer-2 – Bitkub Chain ได้เปิดตัว Bitkub Chain Layer-2 หรือ BKC Ping เป็นเครือข่ายบล็อกเชนย่อยที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเครือข่าย Bitkub Chain หลัก (Layer-1) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระและความหนาแน่นบนเครือข่ายหลัก ค่าธรรมเนียม (Transaction Fee) ที่ถูกลงมากและความปลอดภัยในการดึงข้อมูลที่สืบเนื่องมาจากเครือข่ายหลัก โดยในอนาคตจะมีการเปิดตัวอีก 3 เครือข่ายตามมา โดยจะมีชื่อว่า วัง (Wang), ยม (Yom) และ น่าน (Nan)
  4. Software Development Kit (SDK) – ชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาเครือข่าย Bitkub Chain ที่ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายบล็อกเชน อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาและกำจัดจุดบกพร่องต่าง ๆ บนเครือข่าย รวมถึงค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ถูก ทำให้นักพัฒนาไม่ต้องเสียเวลาวิจัยและพัฒนาโค้ดอีกต่อไป
  5. BKC Oracle – เครื่องมือสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมข้อมูล ระหว่างโลกจริง และโลกบล็อกเชน โดย BKC Oracle จะคอยอำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนา โดยการเก็บข้อมูลจากโลกจริงมายังโลกบล็อกเชน
  6. Static Web Hosting – เทคโนโลยีที่สามารถนำเว็บไซต์มาใช้งานบนบล็อกเชน โดยจะทำงานผ่านเครือข่าย Bitkub Chain ซึ่งทำหน้าที่เป็น Data Base ในการดึงข้อมูลจากสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ผ่าน Software Development Kit (SDK)

Technical Paper (Yellow Paper) เอกสารข้อมูลเชิงเทคนิค

Bitkub Chain ได้เปิดตัว Technical Paper (Yellow Paper) เอกสารรวบรวมรายละเอียดในด้านเทคนิคของ Bitkub Chain โดยนำเสนอผ่านเว็บไซด์ www.bitkubchain.com และเผยแพร่ผ่าน Facebook Page Bitkub Chain Official ให้ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ มาตรฐานเทคโนโลยีของ Bitkub Chain ยังเป็นเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานซึ่งผ่านการตรวจสอบรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระเป็นที่เรียบร้อย

คุณสำเร็จ วจนะเสถียร Chief Technology Officer (CTO) บริษัท Bitkub Blockchain Technology ยังกล่าวทิ้งท้ายไว้อีกว่า “ผมขอเน้นย้ำให้ทุกคนมั่นใจว่า Bitkub Chain ซึ่งมีเหรียญ KUB เป็นเหรียญประจำเครือข่าย ในรูปแบบของ Utility Token พร้อมใช้ ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการดำเนินงานระบบ Blockchain ของเราด้วยดีเสมอมา ซึ่งในปัจุบันมีจำนวนกระเป๋า (Wallet Address) ในเครือข่ายกว่า 2 ล้านกระเป๋า โดยเป็นบัญชีกระเป๋า Bitkub NEXT สูงกว่า 9.9 แสนบัญชีหลังจากเปิดใช้งานมาเพียง 1 ปี และมีจำนวน Transaction กว่า 83.5 ล้าน Transaction แล้ว และเราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของเราไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยได้ใช้เทคโนโลยีที่ดีและปลอดภัยซึ่งสร้างขึ้นโดยฝืมือคนไทย”

ติดตามข่าวสารและข้อมูลการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของ Bitkub Chain ได้ที่
Website: https://www.bitkubchain.com/
Facebook: https://www.facebook.com/bitkubchainofficial
Twitter: https://twitter.com/bitkubchain
Discord: https://discord.gg/WkJ6j279
Telegram: https://t.me/+jiM6dAP5cxUzZTM1

ที่มา: บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์