ทำความรู้จัก Virtual Bank  : FinTech ยุค AI เมื่อไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ธนาคารไร้สาขา

ปัจจุบันโลกยุคดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเงินอย่างรวดเร็ว  จากที่เราต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคารเพื่อทำธุรกรรม วันนี้ทุกอย่างถูกย่อมาอยู่บนแอปมือถือและแพลตฟอร์มออนไลน์ เพียงแค่ปลายนิ้วเดียว 

Virtual Bank หรือ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา จึงเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการเงิน (FinTech) ที่กำลังได้รับความสนใจทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ผสาน เทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับบริการทางการเงิน อย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องมีสาขาหรือเครื่องถอนเงิน

Virtual Bank คืออะไร?

virtual bank หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา เป็นธนาคารพาณิชย์รูปแบบใหม่ที่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลักโดยไม่มีสาขา ไม่มีเครื่องถอนเงินสดอัตโนมัติ (ATM) หรือเครื่องฝากเงินสดอัตโนมัติ (CDM) เป็นของตนเอง แต่ยังสามารถให้บริการทางการเงินได้อย่างครบวงจร อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บริการลูกค้าที่ยังต้องการใช้เงินสด หรือให้บริการที่ยังไม่สามารถทำผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ virtual bank อาจแต่งตั้งตัวแทนรับฝาก/ถอนเงิน หรือให้บริการผ่านเครือข่าย ATM ของธนาคารพาณิชย์อื่น 

แม้  virtual bank จะจัดตั้งขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้วในต่างประเทศ แต่ยังถือว่าเป็นธนาคารประเภทใหม่ที่ไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ และเรียกแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น digital bank (สิงคโปร์และมาเลเซีย) internet-only bank (เกาหลีใต้และไต้หวัน) neobank (สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย) และ virtual bank (ฮ่องกง) สำหรับประเทศไทยจะใช้ชื่อ virtual bank เพื่อไม่ให้สับสนกับคำว่า mobile banking หรือ internet banking ซึ่งใช้เรียกช่องทางการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน

ลักษณะการให้บริการของ Virtual bank

  1. ไม่มีสาขาและตู้ ATM  แต่มีสำนักงานใหญ่
  2. ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลทั้งกระบวนการ  
  3. มีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์รูปแบบเดิม  
  4. มีความยืดหยุ่นกว่าธนาคารรูปแบบเดิม สามารถออกนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ตามการเปลี่ยนแปลงและความต้องการที่ของผู้บริโภค  
  5. สร้างประสบการณ์การให้บริการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
  6. มีบัญชีเงินฝากแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก ซึ่งเจ้าของบัญชีสามารถแบ่งบัญชีออกเป็นบัญชีย่อยได้ตามวัตถุประสงค์ในการฝากเงิน  
  7. บัญชีเงินฝากจะได้รับดอกเบี้ยสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปและอาจได้รับดอกเบี้ยเป็นรายวัน  
  8. มี AI ที่ช่วยแนะนำการออมและการใช้จ่ายให้เหมาะกับพฤติกรรมของเจ้าของบัญชี  
  9. เปิดบัญชีได้ง่ายๆ เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน  

Virtual Bank  vs ธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน

จุดเด่นของ virtual bank ที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็น 2 ด้านหลัก คือ 

  1. โครงสร้างต้นทุนและรูปแบบการให้บริการที่คล่องตัวกว่า
    การไม่มีสาขาทำให้ Virtual Bank ลดต้นทุนด้านสถานที่และบุคลากรจำนวนมาก หลุดพ้นจากข้อจำกัดของโครงสร้างการทำงานและระบบเทคโนโลยีแบบเดิม ส่งผลให้สามารถออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และให้บริการทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
  2. การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีวิเคราะห์ลูกค้าเชิงลึก
    Virtual Bank ต้องนำข้อมูลทางเลือกที่หลากหลายมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมและความเสี่ยงของลูกค้า เพื่อออกแบบบริการและกำหนดราคาได้เหมาะสมและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพและต้นทุน

ด้วยจุดเด่นทั้งสองด้านนี้ Virtual Bank จึงมีศักยภาพในการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินไปยังกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการธนาคาร (unserved) และกลุ่มที่ได้รับบริการไม่เพียงพอ (underserved) ได้ดีกว่าธนาคารพาณิชย์แบบเดิม

อัพเดต Virtual bank ในไทย

สำหรับ Virtual bank ในประเทศไทยนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อแนวทางการอนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา(virtual bank) ไปเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566  และได้มีการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) 3 ราย  เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568  ประกอบด้วย 

1.บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACM Holding Co., Ltd.)

2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

และ 3. บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) WeTechnology Limited  KakaoBank Corp

อย่างไรก็ดี แม้ Virtual Bank จะมาพร้อมความสะดวก รวดเร็ว และนวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคก็จำเป็นต้องปรับตัวและใช้บริการอย่างรู้เท่าทัน การทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลทั้งหมดหมายความว่า ผู้ใช้ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล การตั้งรหัสผ่าน การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (Multi-factor Authentication) และการระวังภัยไซเบอร์ที่อาจซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต