“KNACKSAT-2” ดาวเทียมฝีมือเด็กไทย จุดประกายประวัติศาสตร์บทใหม่ในอวกาศโลก

วงการอวกาศไทยต้องจารึกประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2)  ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  ถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เพื่อทำภารกิจสำคัญในการเป็นแพลตฟอร์มแบ่งปันทรัพยากรบนอวกาศ (Ride Sharing Platform) และสาธิตเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย 

แชร์พื้นที่บนอวกาศ

ดาวเทียม KNACKSAT-2 เป็นโครงการดาวเทียมคิวบ์แซท (CubeSat) ขนาด 3U (30 x 10 x 10 ซม.) ใช้วัสดุภายในประเทศกว่า 98% รูปแบบเป็นการแชร์พื้นที่ใช้สอยบนดาวเทียมร่วมกัน (Ride Sharing Platform Satellite) มีพื้นที่ในการบรรจุเพย์โหลดทั้งหมด 7 ระบบ ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงาน นักวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน สามารถส่งเพย์โหลดของตนขึ้นไปทดสอบและใช้งานในอวกาศ โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาดาวเทียมทั้งระบบด้วยตนเอง สามารถลดต้นทุน ลดระยะเวลา และลดความซับซ้อน ในการเข้าถึงเทคโนโลยีอวกาศ 

โดยแต่ละเพย์โหลดเป็นโครงการความร่วมมือพัฒนาระหว่าง มจพ. กับหน่วยงานอีก 7 หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่

1. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

2. บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด

3. โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมไทย-เยอรมัน มจพ.

4. Rail Systems Cluster มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)

5. สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

6. Universiti Teknologi MARA (UiTM) ประเทศมาเลเซีย

7. University of Perpetual Help System Dalta (UPHSD) ประเทศฟิลิปปินส์หลังการปล่อยจากสถานีอวกาศนานาชาติ ดาวเทียม KNACKSAT-2 จะโคจรที่ระดับความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร จากพื้นโลก มีอายุการปฏิบัติภารกิจประมาณ 18 เดือน และสามารถควบคุมวงโคจรผ่านประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงได้หลายครั้งต่อวัน

ข้อมูลจากเพย์โหลดจะถูกส่งลงสู่สถานีภาคพื้น และจัดเก็บในระบบคลาวด์ โดยแต่ละหน่วยงานสามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้อย่างปลอดภัยและเป็นอิสระ

ภารกิจของ KNACKSAT-2 มีอะไรบ้าง

ภารกิจหลักของ KNACKSAT-2 ครอบคลุมหลากหลายด้าน ได้แก่

1. ภารกิจด้าน IoT (Store and Forward) การพัฒนาร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อสาธิตการเก็บข้อมูลจากเซนเซอร์ในพื้นที่ห่างไกล (เช่น กลางทะเล หรือพื้นที่เกษตรกรรม) ผ่านระบบ “Postman” และ “Chef” แล้วส่งข้อมูลกลับมายังสถานีภาคพื้นดิน

2. ภารกิจถ่ายภาพโลก (Camera Mission) เพื่อการสังเกตการณ์โลกจากวงโคจร

3. ภารกิจด้านระบบราง (Train Tracking) ติดตามตำแหน่งและความเร็วของรถไฟไทย

4. ภารกิจวิทยุสมัครเล่น (Amateur Radio) ให้บริการระบบ APRS Digipeater สำหรับนักวิทยุสมัครเล่น ภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ (RAST)

5. ภารกิจเพื่อการศึกษาและเยาวชน โดยมีการสลักชื่อทีม MVPJA EVO. II จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ผู้ชนะการแข่งขัน Space Youth Challenge 2022 ของ NARIT ขึ้นสู่อวกาศ รวมถึงความร่วมมือกับโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. และสถาบันต่างประเทศ เช่น Universiti Teknologi MARA (มาเลเซีย) และ University of Perpetual Help System Dalta (ฟิลิปปินส์)

นอกจากการทดสอบเทคโนโลยีในอวกาศแล้ว NACKSAT-2 ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมอวกาศผ่านการเรียนรู้จากภารกิจจริง อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการทดลองและนวัตกรรม เช่น ระบบ IoT ผ่านดาวเทียม วางรากฐานสู่ เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ของประเทศไทย

ดาวเทียม KNACKSAT-2 นับเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยมีศักยภาพในการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและพร้อมที่จะก้าวสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของประเทศต่อไป