เน็ตแอพ เปิดวิสัยทัศน์การบริหารจัดการข้อมูล เสริมแกร่งศักยภาพนวัตกรรม AI ให้องค์กรในอาเซียน

แนวทางการบริหารจัดการข้อมูลที่ได้รับการยกระดับของเน็ตแอพถูกออกแบบมาเพื่อเร่งประสิทธิภาพของ AI Data Pipeline ให้กับองค์กรต่าง ๆ โดยช่วยให้ธุรกิจในอาเซียนสามารถนำ AI มาใช้งานจริงได้อย่างปลอดภัย เป็นไปตามข้อกำหนด และคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์

เน็ตแอพ(R) (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ เปิดตัววิสัยทัศน์ด้านแพลตฟอร์มข้อมูล ณ งาน INSIGHT Xtra Singapore 2026 โดยมุ่งสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ และเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน ภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี โดยการลงทุนด้าน AI ที่เติบโตในอัตราที่สูงกว่าการใช้จ่ายด้านดิจิทัลโดยรวม และคาดว่า AI จะมีส่วนช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของภูมิภาคเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ในการนี้ เน็ตแอพได้วางกรอบกลยุทธ์การบริหารจัดการข้อมูลซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับโครงการ AI จากขั้นทดลอง ไปสู่การใช้งานจริงเต็มรูปแบบ โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านการกำกับดูแลและเสถียรภาพของระบบงาน พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลระดับองค์กรของเน็ตแอพที่ผสานเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล บริการบริหารจัดการข้อมูล และ Metadata Engine ไว้ในระบบเดียว เน็ตแอพมุ่งเน้นที่จะผลักดันการพัฒนานวัตกรรม AI ให้กับองค์กรต่าง ๆ และสนับสนุนเป้าหมายของภูมิภาคในการเร่งขับเคลื่อน AI สู่การใช้งานในวงกว้าง

รับมือกับภูมิภาคที่มีความหลากหลายและอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เข้มงวด

ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน องค์กรธุรกิจต้องดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีกฎระเบียบที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งยังมีระดับความพร้อมด้านคลาวด์ที่ไม่เท่ากัน ส่งผลให้สถาปัตยกรรมแบบไฮบริดและและแบบท้องถิ่นกลายเป็นมาตรฐานหลักไปโดยปริยาย ขณะเดียวกัน ปัจจัยสำคัญอย่างบริการทางการเงิน สาธารณสุข และภาครัฐ กำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการนำระบบ AI มาใช้เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูลและการกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด

การขยายการใช้งาน AI ในภูมิภาคอาเซียนไม่ได้ต้องการเพียงสมรรถนะของระบบเท่านั้น หากแต่จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ชัดเจน และคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้การขยายตัวและการกระจายตัวของทรัพยากรข้อมูลไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรม

A person in a suit and glasses

AI-generated content may be incorrect.

เฮนรี่ โค รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ อาเซียน และเกาหลีใต้ (GCASK) ของ เน็ตแอพ กล่าวว่า “ปี 2026 กำลังจะเป็นปีแห่ง ‘Production AI’ สำหรับภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงนั้น ธุรกิจในภูมิภาคยังคงต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนักในการขยายเวิร์กโหลดท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน การเตรียมความพร้อมข้อมูลให้รองรับ AI รวมถึงปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล ด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลของเน็ตแอพ เรามุ่งมั่นที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะที่แข็งแกร่ง ซึ่งผสานการกำกับดูแลและความยืดหยุ่นด้านไซเบอร์ไว้ตั้งแต่ในระดับชั้นข้อมูล ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้นำองค์กรในอาเซียนสามารถดึงศักยภาพของข้อมูลมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านในอุตสาหกรรมของตนและในระดับโลก”

วางรากฐานสู่ Responsible AI

เพื่อรับมือกับความท้าทายในการขยายการใช้งาน AI ในภูมิภาคที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เข้มงวด เน็ตแอพจึงเปิดตัวนวัตกรรมใหม่เพื่อเสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ซึ่งรวมไปถึงระบบ NetApp AFX และ NetApp AI Data Engine โดยโซลูชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเชื่อมรวมและบริหารจัดการทรัพยากรข้อมูลขององค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องและมีเสถียรภาพในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริด โดยมีความสามารถสำคัญ ดังนี้:

1.ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วนระดับองค์กรที่รองรับความจุระดับเอ็กซะไบต์: ระบบจัดเก็บข้อมูล NetApp AFX ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับเวิร์กโหลด AI ที่ต้องการสมรรถนะสูง ช่วยให้องค์กรสามารถขยายความจุ และประสิทธิภาพได้อย่างอิสระตามความต้องการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนและการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบดังกล่าวพัฒนาอยู่บน NetApp ONTAP ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมความสามารถด้านการบริหารจัดการข้อมูลและระบบความปลอดภัยระดับองค์กรสำหรับ AI ในระดับองค์กร นอกจากนี้ NetApp AFX systems ยังรองรับเวิร์กโหลด AI ที่ต้องการสมรรถนะที่สูง จึงสามารถขยายระบบแบบเชิงเส้นได้สูงสุดถึง 128 โหนด พร้อมแบนด์วิดท์ระดับเทราไบต์ต่อวินาที ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

2.เตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับ AI อยู่เสมอ: NetApp AI Data Engine (AIDE) พัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงสถาปัตยกรรมของ NVIDIA AI Data Platform พร้อมผสานเทคโนโลยีการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว ระบบเครือข่าย และชุดซอฟต์แวร์ NVIDIA AI Enterprise จาก NVIDIA โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวมาพร้อมกับความสามารถด้าน Semantic Search การทำเวกเตอร์ข้อมูล (Data Vectorization) และกลไกกำกับดูแลความถูกต้องของข้อมูล (Data Guardrails) เพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการข้อมูลตลอดทั้ง AI Data Pipeline โดยรวบรวมและลดทอนขั้นตอนในการเตรียมและบริหารจัดการข้อมูลให้กระชับยิ่งขึ้น นอกจากนี้ NetApp AIDE ยังมาพร้อมความสามารถในการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลและการซิงโครไนซ์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการจัดเก็บข้อมูลซ้ำซ้อน พร้อมทำให้ข้อมูลพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

3.รองรับเวิร์กโหลด AI ระดับสูงสุด: NetApp AFX systems ได้รับการรับรองให้เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับ NVIDIA DGX SuperPOD ซึ่งเป็นการประมวลผลสมรรถนะสูงด้าน AI โดยช่วยขจัดคอขวดด้านข้อมูลระหว่างการประมวลผลโมเดลที่มีพารามิเตอร์หลายแสนล้านรายการ ทั้งในขั้นตอนการฝึกสอนโมเดล และการประมวลผลแบบเรียลไทม์ พร้อมรองรับอัตราการรับส่งข้อมูลในระดับที่สูงมาก

4.มอบระบบจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยที่สุดในโลก: เน็ตแอพได้ยกระดับบริการ NetApp Ransomware Resilience เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถวางโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลให้เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ NetApp Ransomware Resilience ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถวางระบบป้องกันแรนซัมแวร์ที่ครอบคลุมสำหรับเวิร์กโหลดบน ONTAP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การป้องกันเชิงรุก การตรวจจับด้วยระบบ AI การตอบสนองแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการกู้คืนข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยครบถ้วน

วงศ์วิวัฒน์ ศิริทัศนกุล รองประธานฝ่าย Assistant Vice President, Digital Technology Solutions บริษัท Yip In Tsoi & Co., Ltd. กล่าวว่า “ภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวจากวิสัยทัศน์ด้าน AI สู่การนำไปใช้งานจริงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหลักอย่างภาคการผลิตและภาครัฐ เมื่อองค์กรต่างเร่งเดินหน้าการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การขยายการใช้งาน AI ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ด้วยการผนึกกำลังกับเน็ตแอพ เราได้เสริมศักยภาพให้องค์กรในประเทศไทยสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว ปลอดภัย และพร้อมรับมือกับอนาคต เพื่อรองรับการใช้งาน AI ในขนาดใหญ่ และเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจอัจฉริยะที่จะสร้างผลลัพธ์ระยะยาวอย่างยั่งยืน”