หัวเว่ย คลาวด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดาต้าและ AI ในประเทศไทย เสริมศักยภาพสถาบันการเงินด้วยนวัตกรรมฐานข้อมูลคลาวด์เนทีฟ

หัวเว่ย คลาวด์ เดินหน้าตอกย้ำบทบาทพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนสถาบันการเงินและองค์กรธุรกิจในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง ปลอดภัย และสอดคล้องกับเป้าหมายที่ยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมฐานข้อมูลแบบคลาวด์ เนทีฟ

ภายในงาน Huawei Cloud Data Intelligence Forum 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “From Data to Decisions – Growth in Action” บริษัทฯได้นำเสนอรายละเอียดฐานข้อมูลยุคใหม่ ได้แก่ GaussDB, TaurusDB และ GeminiDB พร้อมเปิดเวทีรวมผู้บริหารระดับสูง CTO และผู้บริหารสายไอทีจากองค์กรชั้นนำมา ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เพื่อเร่งนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

เวทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ “ข้อมูล” ในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในยุค AI ที่องค์กรจำเป็นต้องปรับปรุงระบบเดิม (Legacy Systems) ให้ทันสมัยเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน นอกเหนือจากการนำเสนอเทคโนโลยีแล้ว งานนี้ยังตอกย้ำบทบาทผู้นำทางความคิด (Thought Leadership) ของหัวเว่ย คลาวด์ ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านด้วยข้อมูล พร้อมสร้างโอกาสความร่วมมือเชิงลึกกับลูกค้าองค์กรและพันธมิตรในระบบนิเวศทั่วประเทศไทย

“แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องรองรับทราฟฟิกที่พุ่งสูงแบบฉับพลัน สถาบันการเงินต้องการการประมวลผลแบบเรียลไทม์และระบบบริหารความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด ในขณะที่องค์กรต้องการระบบที่ไม่เพียงมีความเสถียรภาพและความปลอดภัย แต่ยังต้องสามารถรับรองการขยายตัวและปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น ในบริบทเช่นนี้ สถาปัตยกรรมฐานข้อมูลมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จทางธุรกิจ” นางปิยะธิดา อิทธิระวิวงศ์ ประธานบริหารกลุ่มธุรกิจคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) กล่าว

ขับเคลื่อนการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลอย่างมั่นคงและขยายตัวได้

โซลูชันฐานข้อมูลของหัวเว่ย คลาวด์ ได้แก่ GaussDB, TaurusDB และ GeminiDB ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการจัดการข้อมูลที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และขยายตัวได้ ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาประสิทธิภาพและความเสถียรในระดับสูง ความสามารถดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสถาบันการเงิน ซึ่งต้องการการประมวลผลแบบเรียลไทม์ ระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ

นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี แผนกธุรกิจคลาวด์ ประเทศไทย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริม “โซลูชันเหล่านี้ช่วยให้องค์กรรองรับความต้องการด้านข้อมูลที่เพิ่มขึ้น พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ระบบที่มีความสำคัญขององค์กร ไปจนถึงนวัตกรรมคลาวด์เนทีฟ ระบบฐานข้อมูลของเราพร้อมสนับสนุนองค์กรในทุกช่วงของเส้นทางการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล”

นวัตกรรมฐานข้อมูลยุคใหม่

  • GaussDB (Enterprise Relational Database): ป้องกันการสูญหายของข้อมูลเป็นศูนย์ (Zero Data Loss) และมีความยืดหยุ่นและปลอดภัยสำหรับระบบการเงิน (Financial-grade resilience) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรที่มีภารกิจสำคัญได้สูงสุดถึง 50% ในประเทศไทยได้มีการใช้นวัตกรรมนี้กับองค์กรขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในการทดแทนฐานข้อมูลเดิมมากกว่า 250 ระบบ ด้วยความเข้ากันได้สูงถึง 99% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมลดความเสี่ยงในการย้ายระบบ
  • TaurusDB (Cloud-Native MySQL Database): มอบประสิทธิภาพสูงกว่า MySQL แบบดั้งเดิมได้สูงสุด 7 เท่า รองรับการปรับขยายแบบ Serverless อัตโนมัติภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และป้องกันการสูญหายของข้อมูลเป็นศูนย์ (RPO=0) ช่วยให้องค์กรปรับปรุงระบบหลักให้ทันสมัย ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ
  • GeminiDB (Cloud-Native Multi-Model NoSQL Database): ให้บริการฐานข้อมูล NoSQL แบบมัลติโมเดล รองรับ API ของ Redis, Cassandra, HBase และ DynamoDB รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันในระดับสูง (Ultra-high concurrency) มีความหน่วงต่ำที่เสถียรและเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสามารถเพิ่มการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่สูงขึ้นถึง 30% ผ่านเทคโนโลยีการจัดการและบีบอัดข้อมูลอัจฉริยะ

เคนเนธ ฟง ผู้อำนวยการโซลูชัน บริษัท ไฮซัน โกลบอล จำกัด
นายเคนเนธ ฟง ผู้อำนวยการโซลูชัน บริษัท ไฮซัน โกลบอล จำกัด กล่าวว่า “ด้วยนวัตกรรมแบบ Dual-Core และสถาปัตยกรรมคลาวด์เนทีฟ หัวเว่ย คลาวด์ และ Hi Sun FinTech จะช่วยสถาบันการเงินเปลี่ยนผ่านจากระบบ AS400และระบบเมนเฟรมเดิมที่มีต้นทุนสูง สู่ดิจิทัลคอร์ (Digital Core) ที่ทำงานบนแพลตฟอร์มแบบเปิด มีความคล่องตัว และรับรองการขยายตัวได้ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน แต่ยังเพิ่มความยืดหยุ่นและความทนทานของระบบ ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนานวัตกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และส่งมอบบริการที่พัฒนาจากฐานข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เสริมอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลของประเทศไทย

หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยช่วยให้องค์กรปลดล็อกการนำคุณค่าของข้อมูลไปใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพผ่านเทคโนโลยีคลาวด์เนทีฟ ผสานนวัตกรรมฐานข้อมูลขั้นสูงเข้ากับระบบนิเวศของพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวจากการบริหารจัดการข้อมูล ไปสู่การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล (Data-Driven Decision-Making) ได้อย่างแท้จริง พร้อมเร่งการเติบโตในยุค AI อย่างยั่งยืน