กรณีที่มีการพบข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายติดบัตรของประชาชนถูกนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงกรณีข้อมูลรั่วไหลในระบบปกติทั่วไป จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการกระทำของเครือข่ายมิจฉาชีพที่สร้างลิงก์ โปรแกรม หรือช่องทางเข้าถึงข้อมูลขึ้นมาโดยผิดกฎหมาย เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงอาจเข้าข่ายการเข้าถึงระบบหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันไว้โดยเฉพาะโดยมิชอบ ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 7 โดยมิใช่กรณีข้อมูลหลุดโดยทั่วไป
พบข้อมูลหรือลิงก์ดังกล่าว ไม่ควรเปิดหรือส่งต่อ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่กดเปิด ไม่ทดลองใช้งาน และไม่ส่งต่อ แม้จะต้องการตรวจสอบว่าข้อมูลเป็นของจริงหรือไม่ เพราะการเข้าถึงหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และยังทำให้ความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลขยายวงกว้างขึ้น
ผู้ดูแลเพจ เว็บไซต์ กลุ่มสนทนา หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ควรนำภาพข้อมูลส่วนบุคคล ลิงก์ดาวน์โหลด โปรแกรม หรือช่องทางเข้าถึงฐานข้อมูลมาเผยแพร่ซ้ำ แม้จะอ้างว่าเป็นการเตือนภัยหรือให้ความรู้ ควรใช้วิธีอธิบายเหตุการณ์โดยปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลและหลีกเลี่ยงการแสดงช่องทางที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง
หากพบเห็นการซื้อขายหรือเผยแพร่ข้อมูล ควรเก็บหลักฐานเท่าที่จำเป็น เช่น ภาพหน้าจอ ชื่อบัญชี วันเวลา และช่องทางที่พบ โดยไม่ดาวน์โหลดหรือส่งต่อชุดข้อมูลทั้งหมด ก่อนแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จัดการครบวงจร “ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ”
สคส. แบ่งมาตรการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน ครอบคลุมตั้งแต่หน่วยงานที่ดูแลข้อมูล เครือข่ายซื้อขายข้อมูล ตลอดจนผู้ที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อ
• ต้นน้ำ คือหน่วยงานที่ดูแลข้อมูล ซึ่งได้การประสานให้เร่งตรวจสอบ แก้ไข ระงับหรือยับยั้งเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงพิจารณารายงานเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลมายัง สคส. พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและข้อมูล
สคส. ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. เพื่อเร่งอุดช่องโหว่และกำหนดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นพื้นฐานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
• กลางน้ำ คือกลุ่มมิจฉาชีพที่ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนช่องทางเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ โดยมีการประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB ให้สืบสวน ปราบปราม จับกุม และปิดกั้นช่องทางซื้อขายข้อมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
• ปลายน้ำ คือผู้ที่นำข้อมูลมาโพสต์หรือเผยแพร่ หากไม่ได้รับอนุญาต อาจเป็นการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบและเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย โดย สคส. ได้ประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินคดีต่อไป
แนวทางการรับมือของผู้เสียหาย
ผู้ที่พบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเผยแพร่ ควรเก็บบันทึกหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพหน้าจอ วันเวลา ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบัญชี หรือช่องทางเผยแพร่ พร้อมหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้บุคคลอื่น-
นอกจากนี้ ควรเฝ้าระวังความผิดปกติ เช่น การติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ข้อความหลอกลวง การแอบอ้างตัวตน หรือการทำธุรกรรมที่ไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง ที่สำคัญ ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลยืนยันตัวตนแก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด
ผู้ได้รับความเสียหายสามารถใช้สิทธิร้องเรียนต่อ สคส. เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้