Apple Event “Surprise and Shine” เซอร์ไพรส์แค่ไหน?ถอดรหัสกระแส iPhone 18 Series บนโลกออนไลน์

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด รวบรวมข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ dxt:360 เพื่อติดตามและรับฟังเสียงสะท้อนของผู้บริโภคในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม – 13 กันยายน 2569 ครอบคลุมทั้งช่วงก่อนและหลังการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในงาน Apple event “Surprise and Shine” เพื่อนำมาวิเคราะห์กระแสและประเด็นที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์

ตลอดช่วงเวลาการเก็บข้อมูล พบว่า บทสนทนาเกี่ยวกับ iPhone 18 series และ iPhone รุ่นอื่น ๆ บนโซเชียลมีเดียสร้างยอด Engagement รวมกว่า 18,743,537 ครั้ง จากการกดไลก์ แชร์ คอมเมนต์ และรีโพสต์ สะท้อนว่า การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่เป็นหนึ่งในประเด็นที่ได้รับการพูดถึงและมีส่วนร่วมบนหลายแพลตฟอร์มในช่วงเวลาดังกล่าว

ปริมาณการพูดถึงก่อนเปิดตัว vs. 24 ชั่วโมงหลังเปิดตัว

ข้อมูลจากเครื่องมือ Social Listening พบว่าปริมาณการพูดถึงบนโลกออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงระหว่างช่วงก่อนและหลังการเปิดตัว

ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเปิดตัว (3-9 กันยายน 2569) มีการพูดถึง (Mention) สะสมรวม 3,585 ข้อความ สร้าง Engagement รวม 2,901,771 ครั้ง โดยบทสนทนาส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยข่าวลือ (Rumors) และการคาดการณ์ก่อนเปิดตัว เช่น การคาดการณ์สีตัวเครื่องของ iPhone 18 Pro รุ่นใหม่ ราคาวางจำหน่าย กระแสข่าวเกี่ยวกับ iPhone รุ่นจอพับ และ คอนเทนต์สรุปข้อมูลก่อนเปิดตัว

ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตัว (วันที่ 10 กันยายน 2569 ตามเวลาไทย) การพูดถึงเพิ่มขึ้นเป็น 3,985 ข้อความภายในวันเดียว คิดเป็น 30.6% ของการพูดถึงทั้งหมดตลอดช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล โดยบทสนทนาส่วนใหญ่เป็นการกล่าวถึง iPhone รุ่นใหม่ที่เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่ และสีตัวเครื่อง พร้อมสร้าง Engagement สูงถึง 9,980,115 ครั้ง

นอกจากนี้ ในช่วง 24 ชม. หลังเปิดตัว มีการใช้แฮชแท็กเป็นตัวขับเคลื่อนบทสนทนาเกี่ยวกับการเปิดตัว โดย Top Hashtags By Buzz ได้แก่

#Apple – ครอบคลุมการพูดถึงแบรนด์ Apple โดยรวม ทั้งผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่าง ๆ

#iPhone18 #iPhone18Pro #iPhone18ProMax – การพูดถึงตัวเครื่องรุ่นใหม่โดยตรง ทั้งรีวิว ฟีเจอร์ และความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

#iPhoneDuo – การพูดถึง iPhone รุ่นใหม่ที่เปิดตัวล่าสุดเป็นแบบหน้าจอพับ ครั้งแรกของ Apple

เจาะลึกประเด็นที่ขับเคลื่อนกระแส iPhone 18

เมื่อพิจารณาภาพรวมกระแสตอบรับของ iPhone 18 Series บนโลกออนไลน์ผ่านประเด็นที่สร้าง Engagement พบว่าบทสนทนาครอบคลุมตั้งแต่การเปิดตัว รีวิว ดีไซน์และฟีเจอร์ใหม่ ไปจนถึงการเปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่า โดยแต่ละประเด็นได้รับความสนใจในสัดส่วนที่แตกต่างกัน ดังนี้

Apple Event (26.3%) เป็นหมวดที่มีสัดส่วน Engagement สูงสุด ผู้ใช้งานโซเชียลให้ความสนใจกับบรรยากาศงานเปิดตัว การเผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของ Apple รวมถึงคอนเทนต์ First Look และการสัมผัสเครื่องจริงของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max

Review (16.2%) เป็นหมวดที่มี Engagement สูงเป็นอันดับสอง หนึ่งในคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจคือการที่ ROSE สมาชิกวง BLACKPINK ใช้ iPhone 18 Pro ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ รวมถึงคอนเทนต์รีวิวเครื่องจริง สเปกเบื้องต้น และฟีเจอร์ใหม่จากครีเอเตอร์สายเทคโนโลยี

Appearance & Design (14.2%) รูปลักษณ์และดีไซน์ เป็นอีกประเด็นที่ได้รับกระแสตอบรับ โดยเฉพาะดีไซน์จอพับของ iPhone Duo รวมถึงสีใหม่อย่าง Burgundy และ Glacier Blue ตลอดจนการกลับมาของสีคลาสสิกอย่าง Black

Features (10.7%) การเจาะลึกไปที่ฟังก์ชันและการพัฒนาประสิทธิภาพด้านฮาร์ดแวร์ เช่น กล้องที่สามารถปรับรูรับแสงได้ ชิปประมวลผล A20 Pro ขนาด 2 นาโนเมตร ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber และความอึดของแบตเตอรี่

Gadget and Other Devices (8.0%) ครอบคลุมการพูดถึงอุปกรณ์เสริมและผลิตภัณฑ์อื่นใน Ecosystem ของ Apple ทั้งเคส อุปกรณ์ชาร์จ สายชาร์จ MagSafe รวมถึง Apple Watch Series 12 และ AirPods

Comparison (7.7%) เป็นบทสนทนาที่เน้นเปรียบเทียบเพื่อประเมินความคุ้มค่า เช่น ส่วนต่างราคา 4,000 บาทระหว่างรุ่น Pro และ Pro Max รวมถึงการเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone 17 Pro เพื่อพิจารณาว่าควรอัปเกรดหรือไม่

Promotion (6.7%) ผู้ใช้งานให้ความสนใจกับทางเลือกในการซื้อและบริหารค่าใช้จ่าย ทั้งการผ่อนชำระ โปรโมชันจากค่ายมือถือ และการนำเครื่องเก่ามา Trade-in เพื่อรับส่วนลด

Rumor (5.4%) เป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นก่อนการเปิดตัว ทั้งภาพจำลองดีไซน์ สเปกที่คาดการณ์ สีใหม่ และความเป็นไปได้ของการเปิดตัว iPhone จอพับ

Price (4.8%) บทสนทนากลุ่มนี้เกี่ยวกับราคาเปิดตัวและการประเมินความคุ้มค่า โดยเฉพาะราคาเริ่มต้นของรุ่น Pro ที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงราคาของรุ่นใหม่อย่าง iPhone Duo ซึ่งนำไปสู่การเปรียบเทียบและตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า

เมื่อเทียบกับชุดข้อมูลการเปิดตัว iPhone 17 ในปีก่อน ซึ่งกระแสมีน้ำหนักไปทางเรื่อง “ราคาและการเปรียบเทียบ” มากกว่า โดยข้อมูลในปีนี้พบว่า Engagement กระจายไปที่บรรยากาศงาน Apple Event คลิปรีวิวและสัมผัสเครื่องจริง รวมถึงดีไซน์และสีใหม่ สะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงการเปิดตัวนี้ “ประสบการณ์จากงานเปิดตัวและภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์” มีบทบาทต่อการสร้าง Engagement บนโซเชียลมีเดียไม่น้อยไปกว่าด้านราคาและสเปก

Share of Voice (SoV) ของ iPhone รุ่นใหม่

เมื่อวิเคราะห์การพูดถึงแยกรายรุ่น พบว่า iPhone Duo, iPhone 18 Pro Max และ iPhone 18 Pro ต่างมีบทสนทนาอยู่ในหัวข้อกลุ่ม Apple event, Review และ Appearance & Design แต่ละรุ่นมีการพูดถึงแตกต่างกัน

  • iPhone Duo: (Share of Voice) 40.9% – ครองสัดส่วนการพูดถึงสูงที่สุดในกลุ่ม iPhone รุ่นใหม่ โดยแรงขับเคลื่อนบทสนทนาส่วนหนึ่งมาจาก Reaction ของครีเอเตอร์ต่างประเทศที่มีต่อการเปิดตัว iPhone จอพับรุ่นแรกของ Apple รวมถึงคอนเทนต์จากครีเอเตอร์สายเทคโนโลยีที่ถ่ายรีวิวการใช้งานจริงภายในงาน Apple event
  • iPhone 18 Pro Max: (Share of Voice) 35.6% – แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเปิดตัวฟีเจอร์ และสีใหม่อย่างสี Burgundy และ Glacier Blue รวมถึงการสอบถามและเปรียบเทียบระหว่างรุ่น Pro กับ Pro Max ซึ่งมีราคาต่างกัน 4,000 บาท
  • iPhone 18 Pro: (Share of Voice) 23.5% – กระแสส่วนหนึ่งเป็นการกล่าวถึงฟีเจอร์และสีใหม่เช่นเดียวกับรุ่น Pro Max ขณะเดียวกันยังได้กระแสจากการโฆษณาร่วมกับศิลปินระดับโลกอย่าง Rose ผ่านการใช้ iPhone 18 Pro ถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่

Feedback หลังเปิดตัว & Key Features

หลังการเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Duo ในวันที่ 10 กันยายน 2569 ตามเวลาไทย กระแสการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคอนเทนต์ในช่วงแรกเน้นการสรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์และสเปกใหม่จากงานเปิดตัว เช่น ชิป A20 Pro (2nm), กล้อง 48MP ที่สามารถปรับรูรับแสงได้ ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber และ Dynamic Island ที่มีขนาดเล็กลง

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ ดีไซน์และสีของตัวเครื่อง โดยเฉพาะสี Burgundy ซึ่งถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Glacier Blue และสีอื่น ๆ ทั้งในแง่เฉดสีจริง ชื่อสี และการตัดสินใจเลือกซื้อ แสดงให้เห็นว่ารูปลักษณ์ภายนอกเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างความสนใจได้มาก

อีกประเด็นที่โดดเด่นคือการรีวิว iPhone Duo ในฐานะ iPhone จอพับรุ่นแรก ทั้งการสังเกตรอยพับบริเวณกลางหน้าจอ การใช้งาน Split View ที่สามารถเปิดสองแอปพร้อมกันบนจอด้านใน 7.6 นิ้ว การเปรียบเทียบจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว กับ iPhone รุ่นปกติ ไปจนถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับการไม่มี Face ID และการตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

นอกจากนี้ กระแสเริ่มขยับจากการรับรู้ข้อมูลตัวเครื่องไปสู่การเปรียบเทียบว่า ควรอัปเกรดจาก iPhone 17 Pro หรือไม่ ซึ่งมีทั้งความคิดเห็นที่มองว่า การเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ภายนอกมีไม่มาก แต่เน้นการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ภายใน เช่น AI ชิปประมวลผล แบตเตอรี่ และ กล้อง รวมถึงความคิดเห็นอีกส่วนที่แนะนำให้ชะลอการซื้อ เพื่อรอดูราคาและโปรโมชันของ iPhone รุ่นก่อนหน้า

เสียงโซเชียลต่อราคา iPhone 18

Apple ประกาศราคาในประเทศไทย โดย iPhone 18 Pro เริ่มต้น 48,900 บาท, iPhone 18 Pro Max เริ่มต้น 52,900 บาท และ iPhone Duo เริ่มต้น 79,900 บาท ขณะที่รุ่นสูงสุดแตะ 127,900 บาท

จากคอนเทนต์เปรียบเทียบราคาที่ปรากฏบนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า รุ่น Pro ขยับขึ้นจากปีก่อนราว 5,000 บาท และรุ่นความจุสูงบางรุ่นมีราคาห่างจากรุ่นเดิมถึงหลักสองหมื่นบาท ยิ่งไปกว่านั้นยังมีรายงานว่า Apple ปรับขึ้นราคารุ่นเก่า อย่าง iPhone 16, iPhone 17, iPhone 17e และ iPhone Air ทันทีหลังการเปิดตัว ซึ่งสวนทางกับธรรมเนียมปฏิบัติเดิมที่รุ่นเก่า ๆ ราคาจะถูกลง

ดาต้าเซ็ต จึงวิเคราะห์ Sentiment ของความคิดเห็นในหมวด Price เพื่อสำรวจมุมมองของผู้ใช้งานที่มีต่อประเด็นราคา โดยแบ่งเป็น Positive, Neutral และ Negative ดังนี้

  • Positive 18%
    • ความคุ้มค่าด้านระยะเวลาการใช้งานและราคาขายต่อ ความคิดเห็นส่วนหนึ่งมองว่า แม้ราคาตัวเครื่องจะสูงขึ้น แต่ iPhone มีอายุการใช้งานหลายปี และยังมีมูลค่าในตลาดมือสอง ทำให้สามารถพิจารณาความคุ้มค่าในระยะยาวได้
    • การยอมรับในเทคโนโลยีและสเปกใหม่ มีความคิดเห็นที่มองว่าการปรับราคาอาจสอดคล้องกับการอัปเกรดด้านฮาร์ดแวร์ เช่น ชิปประมวลผล, ประสิทธิภาพกล้อง และการรองรับระบบ AI
    • โปรโมชันและตัวเลือกการผ่อนชำระ การผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 24-36 เดือน ร่วมกับบัตรเครดิต และส่วนลดจากการนำเครื่องเก่ามาเทรดอิน (Trade-in) เป็นปัจจัยที่ทำให้รู้สึกว่าราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น
  • Neutral 24%
    • การยอมรับตามกลไกตลาดและเงินเฟ้อ ความคิดเห็นส่วนหนึ่ง มองว่า การปรับขึ้นราคาของสินค้าเทคโนโลยีเรือธงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทั่วโลก
    • การเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับ Flagship ความคิดเห็นส่วนหนึ่งมีการเปรียบเทียบราคาเปิดตัวกับสมาร์ทโฟนตัวท็อปฝั่ง Android ซึ่งใกล้เคียงกัน
    • การชะลอการตัดสินใจเพื่อรอโปรโมชัน ผู้ใช้งานบางส่วนยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเชิงบวกหรือลบอย่างชัดเจน แต่เลือกเฝ้าโปรโมชันจากค่ายมือถือ ส่วนลดช่วงเทศกาล หรือรอให้ราคาปรับลดก่อนตัดสินใจซื้อ
  • Negative 58%
    • ตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น ความคิดเห็นกลุ่มนี้มองว่าการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าอาจยังมีน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น
    • ระดับราคาที่เข้าถึงยากขึ้น ราคาเริ่มต้นของรุ่น Pro และ Pro Max ซึ่งอยู่ในระดับประมาณครึ่งแสนบาท รวมถึงราคาของรุ่นความจุสูง และ iPhone Duo เป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงในแง่ภาระค่าใช้จ่าย
    • การเปรียบเทียบราคาในไทยกับต่างประเทศ บทสนทนาส่วนหนึ่งมีการเปรียบเทียบราคาขายในประเทศที่สูงกว่าราคาเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา อันเนื่องมาจากอัตราแลกเปลี่ยนและภาษี
    • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใน Ecosystem มีการแสดงความเห็นเกี่ยวกับราคาของอุปกรณ์เสริม เช่น หัวชาร์จ เคส รวมถึงบริการอย่าง AppleCare+ และค่าซ่อมบำรุง ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเครื่อง

บทสรุป: จากข้อมูล Social Listening ระหว่างวันที่ 13 ส.ค. – 13 ก.ย. 2569 บทสนทนาเกี่ยวกับ iPhone 18 Series และ iPhone รุ่นอื่น ๆ สร้าง Engagement รวมกว่า 18.7 ล้านครั้ง โดยหมวดที่มีสัดส่วน Engagement สูงที่สุดคือ Apple Event 26.3%

หนึ่งในจุดที่ได้รับความสนใจของการเปิดตัวครั้งนี้คือ iPhone Duo ซึ่งเป็น iPhone จอพับรุ่นแรก ขณะที่คอนเทนต์เกี่ยวกับ ROSE ช่วยขยายการรับรู้ไปยังกลุ่ม Pop Culture และ K-pop ส่วนสี Burgundy ก็ได้รับการนำไปสร้างมีมและต่อยอดบทสนทนาบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง “ราคา” ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเมื่อวิเคราะห์เฉพาะบทสนทนาในหมวด “Price” พบว่า Negative Sentiment มีสัดส่วนสูงถึง 58% ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า ระดับราคาของรุ่นใหม่ การเปรียบเทียบกับราคารุ่นก่อนหน้าและต่างประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใน Ecosystem

ภาพรวมของบทสนทนาจึงแสดงให้เห็นว่า ความสนใจสมาร์ทโฟนระดับ Flagship ในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “สเปก” เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีทั้ง ดีไซน์ ประสบการณ์ใช้งาน ราคา โปรโมชัน ที่เข้ามามีส่วนต่อการรับรู้และการพูดถึงผลิตภัณฑ์

ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมจาก dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ วันที่ 13 สิงหาคม – 13 กันยายน 2569 จาก Facebook, Instagram, X, TikTok, และ YouTube

เกี่ยวกับ dxt:360

dxt:360 เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารได้ทั้งจากโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ สื่อบรอดคาสท์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของผู้บริโภค (Consumer Voices) คอนเทนต์จาก Influencers และ KOLs ไปจนถึงข่าวจากสื่อมวลชน ที่รวบรวมเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน มีการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ Dashboard ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละราย (Customizable Dashboard) จึงทำให้เข้าใจและเห็น Insight ในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เห็นทิศทางการสื่อสารของแบรนด์ต่าง ๆ สามารถนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ