รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ : เปิด 4 เทรนด์สแกมเมอร์ปี 2569 ที่ควรระวัง

ปัจจุบันอาชญากรรมออนไลน์ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นกับทุกๆ คน ซึ่งกลายเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกๆขณะ ตั้งแต่การสื่อสาร การทำธุรกรรม ไปจนถึงการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล นอกจากนี้ภัยออนไลน์ในยุคปัจจุบันได้ยกระดับไปสู่กลโกงเชิงเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการปลอมแปลงตัวตนในโลกออนไลน์ การปลอมเสียงและภาพด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการชักชวนลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ดูน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อได้ง่าย และสร้างความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลในวงกว้าง

เปิด 4 เทรนด์สแกมเมอร์ปี 2569 ที่ต้องระวัง

1. ข้อความปลอมแนบลิงก์ อ้างหน่วยงานรัฐ

มิจฉาชีพใช้วิธีส่งข้อความ SMS หรือ LINE ปลอม อ้างเป็นหน่วยงานภาครัฐเพื่อเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าปรับต่าง ๆ พร้อมแนบลิงก์เร่งรัดให้ชำระเงิน ซึ่งหน่วยงานภาครัฐไม่มีนโยบายส่งข้อความแนบลิงก์ให้ประชาชน การกดลิงก์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การติดตั้งแอปพลิเคชันเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือธุรกรรมทางการเงินโดยไม่รู้ตัว

ข้อควรระวัง: หากได้รับข้อความลักษณะเร่งด่วน ควรตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรง และหลีกเลี่ยงการกดลิงก์ทุกกรณี

2. ปลอมเสียง–ปลอมวิดีโอ ด้วย AI (Deepfake Call)

เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้ปลอมเสียงญาติ คนรู้จัก หรือสร้างวิดีโอปลอมเลียนแบบเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อหลอกให้โอนเงินโดยอ้างเหตุฉุกเฉินหรือคดีความ ความสมจริงของเสียงและภาพทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อได้ง่าย

ข้อควรระวัง: ตั้งสติ สอบถามข้อมูลซ้ำ และติดต่อหน่วยงานทางการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการใด ๆ

3. หลอกลงทุนคริปโตและหุ้นดิจิทัล

กลโกงการลงทุนยังคงเป็นภัยที่พบบ่อย มิจฉาชีพมักอ้างแพลตฟอร์มลงทุนที่ดูน่าเชื่อถือ เสนอผลตอบแทนสูง โดยในช่วงแรกอาจมีการจ่ายผลตอบแทนจริงเพื่อสร้างความมั่นใจ ก่อนชักชวนให้ลงทุนเพิ่มและเชิดเงินหนี ช่องทางที่ใช้หลอกลวงมักเป็นบัญชีโซเชียลปลอมบน Facebook หรือ TikTok ซึ่งไม่ใช่ช่องทางอย่างเป็นทางการ

ข้อควรระวัง: ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลการลงทุน และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้เท่านั้น

4. สร้างโปรไฟล์ปลอม

มิจฉาชีพสร้างบัญชีปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งในรูปแบบหลอกหาคู่ (Romance Scam) ใช้ภาพบุคคลหน้าตาดีสร้างความสนิทสนม ก่อนหลอกให้โอนเงิน รวมถึงการปลอมแปลงบัญชีร้านค้าออนไลน์หรือโรงแรมที่พัก เพื่อหลอกให้โอนเงินค่าสินค้าหรือค่ามัดจำ

ข้อควรระวัง: ตรวจสอบข้อมูลร้านค้า ตัวตนผู้ขาย รีวิว และรายละเอียดที่พักอย่างรอบคอบก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง

ทั้งนี้ จากสถิติการรับแจ้งเหตุอาชญากรรมออนไลน์ พบว่าช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงมากที่สุด ได้แก่ Facebook , การโทรศัพท์ในลักษณะ Call Center , เว็บไซต์ และ TikTok

กสทช. เปิดบล็อกเบอร์ต่างประเทศ

กลโกงในแต่ละช่องทางก่อให้เกิดความเสียหายรวมมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ เปิดให้บริการ “ปฏิเสธการรับสายจากต่างประเทศ” เพื่อป้องกันการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ใช้วิธีโทรเข้าจากต่างประเทศ

      ประชาชนสามารถสังเกตสายโทรเข้าจากต่างประเทศได้จากหมายเลขที่มีเครื่องหมาย “+” นำหน้า เช่น +697, +698 หรือ +66 เป็นต้น หากไม่มีธุระจำเป็นหรือไม่มีญาติพี่น้องที่ต้องติดต่ออยู่ต่างประเทศ ขอแนะนำให้ตัดสายทันที
      นอกจากนี้ ยังสามารถเปิดใช้บริการปฏิเสธการรับสายจากต่างประเทศได้ง่าย ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงกด *138*1# แล้วโทรออก เมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะไม่สามารถรับสายที่โรมมิ่งจากต่างประเทศได้

      สำนักงาน กสทช. ขอเน้นย้ำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการรับสายที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย “+” เนื่องจากอาจเป็นสายจากมิจฉาชีพ หากรับสายแล้วพบความผิดปกติหรือไม่แน่ใจ ขอให้วางสายทันที และขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายติดตามหรือดำเนินคดีกับประชาชนผ่านการโทรศัพท์หรือวิดีโอคอล