นับเป็นภารกิจยิ่งใหญ่ระดับชาติเมื่อประเทศไทยมีแผนนำดาวเทียมสำรวจโลกของไทยอย่าง “THEOS-2A” ทะยานขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดนำส่ง PSLV ณ ฐานปล่อยศูนย์อวกาศสาธิตธาวัน เมืองศรีหริโกฏะ สาธารณรัฐอินเดีย เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
การปล่อยจรวดดำเนินไปอย่างราบรื่นจนถึงช่วงปลายของการทำงานในขั้นที่ 3 ก่อนตรวจพบความผิดปกติของระบบควบคุมการทรงตัว ส่งผลให้วิถีการบินเบี่ยงเบนจากแผนที่กำหนด ทำให้ดาวเทียม THEOS-2A รวมถึงดาวเทียมจากประเทศอื่นๆอีก 15 ดวง ไม่สามารถถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรได้
แม้ผลลัพธ์ของภารกิจครั้งนี้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ THEOS-2A ยังคงเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศไทย และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น และศักยภาพของบุคลากรไทยในการก้าวสู่เวทีระดับโลก ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ใช่แค่วัดจากการขึ้นสู่วงโคจรอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ล้ำค่าเพื่อนำไปต่อยอดอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศในอนาคต
ทำความรู้จัก THEOS-2A “ดวงตาจากอวกาศ”
THEOS-2A เป็นดาวเทียมสำรวจโลกความละเอียดสูงดวงที่สามของประเทศไทย ต่อจากดาวเทียม THEOS-1 และ THEOS-2 พัฒนาโดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับบริษัท Surrey Satellite Technology Ltd. (SSTL) จากสหราชอาณาจักร
ดาวเทียมดวงนี้ถูกออกแบบให้โคจรในวงโคจรแบบ Sun-Synchronous Orbit ที่ความสูงประมาณ 550 กิโลเมตรจากพื้นโลก เป็นดาวเทียมประเภท SmallSat มีน้ำหนักราว 100 กิโลกรัม โดยมีวิศวกรดาวเทียมชาวไทยกว่า 20 คน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาเพย์โหลด ตั้งแต่การร่างแบบ พัฒนา ทดสอบ ไปจนถึงการประกอบเข้ากับตัวดาวเทียม
หัวใจของภารกิจ : เพย์โหลดและขีดความสามารถ
THEOS-2A ติดตั้งเพย์โหลดที่มีศักยภาพสูง เพื่อรองรับภารกิจด้านการสำรวจโลกและการใช้ประโยชน์ ได้แก่
– กล้องถ่ายภาพโลกความละเอียดสูงระดับ 1 เมตรต่อพิกเซล รองรับทั้งภาพขาวดำและภาพสี
-กล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ Full HD
-ระบบรับสัญญาณเรือ (AIS) และเครื่องบิน (ADS-B)
-อุปกรณ์วัดสนามแม่เหล็กโลก
-อุปกรณ์วัดความเข้มของแสงอาทิตย์
-ระบบสัญญาณ GNSS / GPS
ข้อมูลจากดาวเทียมจะถูกนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร การผังเมือง การคมนาคม การรับมือภัยพิบัติ และการพัฒนาเชิงพื้นที่ในหลากหลายมิติ
โครงสร้างหลักของTHEOS-2A
โครงสร้างและระบบการทำงานของ THEOS-2A ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 6 ส่วน ได้แก่
- สายอากาศแบบ Whip สำหรับตรวจจับสัญญาณเรือ
- สายอากาศแบบ Patch สำหรับระบุตำแหน่งจากระบบ GNSS
- วงแหวนเชื่อมต่อกับจรวดนำส่ง
- เซนเซอร์วัดมุมแสงอาทิตย์ เพื่อกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวเทียม
- แผงโซลาร์เซลล์ สำหรับผลิตและกักเก็บพลังงานเข้าสู่ระบบแบตเตอรี่
- กล้องถ่ายภาพสีความละเอียดสูง (ประมาณ 1.18 เมตรต่อพิกเซล ที่ความสูง 550 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภารกิจสำรวจโลก
ดาวเทียมมาตรฐานระดับโลก
ก่อนการนำส่งขึ้นสู่วงโคจร ดาวเทียม THEOS-2A ได้ผ่านกระบวนการทดสอบที่เข้มงวด ทั้งการทดสอบการสั่นสะเทือน การทดสอบคุณสมบัติมวล และการทดสอบความทนทานต่อสภาพอุณหภูมิสุดขั้วในห้วงอวกาศ ณ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (AIT) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของไทยที่มีมาตรฐานสูง พร้อมให้บริการทั้งดาวเทียมของไทยและต่างประเทศ
อนาคตอุตสาหกรรมอวกาศไทย
THEOS-2A ยังถือเป็น ดาวเทียมมาตรฐานระดับ Industrial Grade ดวงแรกของไทย ที่วิศวกรไทยมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบและพัฒนาร่วมกับบริษัทผู้เชี่ยวชาญระดับโลกตั้งแต่ต้นจนจบ องค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ถูกถ่ายทอดในรูปแบบ Training for the Trainer เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรไทย และสร้างฐานอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศในระยะยาว
THEOS-2A ดาวเทียมดวงที่สามของไทย ในฐานะ “ดวงตาจากอวกาศ” ที่รวบรวมทั้งนวัตกรรมขั้นสูงและฝีมือของคนไทยไว้ด้วยกัน แสดงถึงรากฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของชาติให้ก้าวไกลระดับโลก