ซัมซุง เปิดตัวไลน์อัปทีวี “Micro RGB” ครั้งแรกในประเทศไทย ชู Vision AI Companion และ Glare Free ภายใต้แนวคิด “จอที่ไม่ปฏิเสธความล้ำ”

  • ปิดตัว Micro RGB ครอบคลุมขนาด 55″, 65″, 75″, 85″, 100″ และ 115″ ทำให้เทคโนโลยีจอภาพแห่งอนาคตเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้มากยิ่งขึ้น
  • Vision AI Companion (VAC) พลิกทีวีสู่ AI Companion ที่เข้าใจและตอบโจทย์ผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์
  • Glare Free เทคโนโลยีลดแสงสะท้อน ที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของภาพให้คมชัดสมจริงในทุกสภาพแสง
  • AI Soccer Mode ยกระดับประสบการณ์การรับชมกีฬาระดับโลกให้ใกล้เคียงสนามจริงมากที่สุด

ซัมซุง ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมทีวีอีกครั้ง ผ่านงาน “The First Look Bangkok” ครั้งแรกในประเทศไทย เปิดตัวไลน์อัป “Micro RGB” ภายใต้แนวคิด “จอที่ไม่ปฏิเสธความล้ำ” พร้อมชู 3 เทคโนโลยีสำคัญแห่งปี ได้แก่ Vision AI Companion (VAC), Micro RGB และ Glare Free เพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านสู่อนาคต สะท้อนวิสัยทัศน์ระดับโลก “Your Companion to AI Living” ที่มุ่งยกระดับทีวีจาก “หน้าจอรับชม” สู่ “Entertainment Companion” ที่เข้าใจผู้ใช้งาน เชื่อมต่อ Smart Home Ecosystem และมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลได้อย่างไร้รอยต่อ

หลังจากสร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมทีวีโลกในช่วงปลายปี 2025 ด้วยการเปิดตัว “World’s First Micro RGB” ขนาด 115 นิ้ว มูลค่ากว่า 1.29 ล้านบาท และ Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว (รุ่น R95H) เครื่องแรกของโลกในงาน CES 2026 ซึ่งถือเป็นการเผยโฉมจอ Micro RGB ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์การออกแบบใหม่ที่โดดเด่นสำหรับจอภาพระดับอัลตร้าพรีเมียม และในปีนี้ซัมซุงเดินหน้าต่อยอดความเป็นผู้นำด้วยการขยายไลน์อัป Micro RGB อย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 ตอกย้ำบทบาทของแบรนด์แรกที่สามารถผลักดันเทคโนโลยี Micro RGB สู่ตลาดจริงในหลากหลายขนาดและระดับราคาที่เข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น

นายเซยุน คิม ประธาน บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “การที่ซัมซุงครองตำแหน่งแบรนด์ทีวีอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ไม่ได้สะท้อนเพียงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง โดยซัมซุงเชื่อว่าอนาคตของ AI ไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แต่คือการสร้าง Ecosystem ของเทคโนโลยีที่สามารถเรียนรู้ เข้าใจ และเชื่อมต่อทุกประสบการณ์การใช้ชีวิตได้อย่างไร้รอยต่อ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Your Companion to AI Living” ที่จะยกระดับทีวีจากอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง สู่ Entertainment Companion ที่ตอบโจทย์ทุกประสบการณ์เฉพาะบุคคลได้ทุกวัน”

นายชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้ซัมซุงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมทีวีผ่าน 3 เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ Vision AI Companion (VAC), Micro RGB และ Glare Free เพื่อสร้างการรับชมที่ชาญฉลาด สมจริง และตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเปิดตัวไลน์อัป Micro RGB ครั้งแรกในประเทศไทย ที่ครอบคลุมขนาด 55″, 65″, 75″, 85″, 100″ และ 115″ ด้วยราคาเริ่มต้น 49,990 บาท ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้เทคโนโลยีจอภาพแห่งอนาคตเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับทิศทางตลาดทีวีพรีเมียมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญทั้งคุณภาพของภาพ ไลฟ์สไตล์การใช้งาน และการเชื่อมต่อภายในบ้านมากขึ้น”

เปิดตัวทีวี “Micro RGB” ยกระดับมาตรฐานใหม่เทคโนโลยีจอภาพแห่งอนาคต

ในโลกที่นวัตกรรมก้าวล้ำอย่างไม่หยุดยั้ง ซัมซุงยังคงเดินหน้าผลักดันขีดจำกัดใหม่ของอุตสาหกรรมจอภาพ ผ่านการเปิดตัว Micro RGB เทคโนโลยีทีวีแห่งอนาคต ที่มาพร้อม Micro-sized RGB LED ขนาดเล็กกว่า 100 ไมโครเมตร สามารถแยกสีบริสุทธิ์ได้ในทุกพิกเซล แม่นยำด้วยการใช้แสงไฟพื้นหลัง RGB ขนาดเล็กระดับไมโครเป็นรายแรกของโลก และเมื่อผสานเข้ากับเทคโนโลยีโลคัลดิมมิงสำหรับสีและความสว่างที่ช่วยควบคุม RGB ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ภาพบนหน้าจอมีมิติ สีสันเต็มอิ่ม และรายละเอียดลุ่มลึกสมจริงมากยิ่งขึ้น โดย Micro RGB จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของภาพให้แสดงออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งด้านความแม่นยำของสี ความคมชัด และความสมจริงในการรับชม นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนด้วยระบบ Micro RGB Precision Color 100 ที่รองรับช่วงสีมาตรฐาน BT.2020 ได้ครบถ้วน 100% และผ่านการรับรองความแม่นยำของสีจากสถาบัน VDE ประเทศเยอรมนี ยกระดับมาตรฐานใหม่ของการรับชมภายใต้แนวคิด “จอที่ไม่ปฏิเสธความล้ำ”

VAC พลิกบทบาททีวีสู่ “Entertainment Companion”

ซัมซุงสร้างนิยามบทบาทใหม่ของทีวีในฐานะ “Entertainment Companion” ผ่าน Vision AI Companion (VAC) แพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะใหม่ ที่จะผสานเข้ากับทีวีซัมซุงเกือบทุกซีรีส์ในปี 2026 เพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติและเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น โดย VAC สามารถเข้าใจบริบทของสิ่งที่ผู้ใช้กำลังรับชม วิเคราะห์ความสนใจ และแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การใช้งานทีวีลื่นไหลและโต้ตอบได้มากกว่าที่เคย พร้อมเปลี่ยนบทบาทของทีวีจาก “หน้าจอรับชม” สู่ “Entertainment Companion” ที่สามารถเรียนรู้และปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับผู้ใช้งานในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างชาญฉลาด

Glare Free ปลดล็อกศักยภาพให้สมบูรณ์ในทุกสภาพแสง

อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญของปีนี้ คือ “Glare Free” เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง ที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากสภาพแวดล้อมภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดหรือแสงไฟภายในห้อง โดยยังคงรักษาความดำสนิทของภาพ คอนทราสต์ที่คมชัด และสีสันที่สมจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมช่วยแก้ Pain Point สำคัญของผู้บริโภคที่มักพบในการรับชมทีวีทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภาพสะท้อนรบกวนสายตา มองเห็นรายละเอียดไม่ชัดในฉากมืด หรือคุณภาพของสีและคอนทราสต์ที่ลดลงเมื่อใช้งานในพื้นที่ที่มีแสงรอบข้างสูง โดย Glare Free จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของจอภาพและเทคโนโลยีการแสดงผลให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ชมสัมผัสรายละเอียดของภาพ สี และมิติความลึกได้อย่างแม่นยำในทุกสภาพแสง มอบประสบการณ์การรับชมที่สบายตามากยิ่งขึ้น และสมจริงใกล้เคียงกับการมองภาพด้วยตาเปล่ามากที่สุด

AI Soccer Mode ยกระดับการรับชมกีฬาและคอนเทนต์แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ซัมซุงยังตอกย้ำความเป็นแบรนด์ทีวีอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 พร้อมเอาใจคอกีฬาและแฟนบอลทั่วโลก ผ่านการเปิดตัว “AI Soccer Mode” และ “AI Football Mode Pro” เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชมกีฬาให้ใกล้เคียงสนามจริง ชูจุดเด่นภาพที่ลื่นไหล ความคมชัดสูง รายละเอียดการเคลื่อนไหวที่แม่นยำ และเสียงเชียร์รอบทิศทางที่สมจริง โดย Vision AI Companion (VAC) ยังสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์บนหน้าจอแบบเรียลไทม์ พร้อมแสดงสถิติการแข่งขัน ไฮไลต์สำคัญ และข้อมูลเชิงลึกขึ้นบนหน้าจอได้ทันที ขณะเดียวกัน AI-Powered Optimization ยังช่วยประมวลผลภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ ทั้ง Upscaling, Contrast Optimization, Color Mapping และ Sound Processing รวมถึงสามารถแยกเสียงพูดและเสียงบรรยากาศให้เหมาะสมกับคอนเทนต์แต่ละประเภท เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่สมจริง ลื่นไหล และตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น

นายชวพจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ซัมซุงเชื่อว่าอนาคตของทีวี ไม่ได้ถูกนิยามแค่เพียงความล้ำสมัยของเทคโนโลยี แต่คือความสามารถในการเข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ทั้งไลฟ์สไตล์ ความชอบ และ Passion ที่แตกต่างของแต่ละคน โดยซัมซุงจะยังคงเป็นผู้นำที่ไม่หยุดนิ่ง และจะไม่ปฏิเสธความล้ำหน้าใด ๆ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค”

นอกจากนี้ ในปี 2026 ซัมซุงยังเตรียมขนทัพไลน์อัปผลิตภัณฑ์มาเอาใจผู้ใช้ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทั้ง Micro RGB, OLED, Neo QLED, Lifestyle TV, Sound Devices และ Mini LED ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเติบโตของตลาดทีวีในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

สำหรับไลน์อัป Samsung Micro RGB TV ในประเทศไทย เปิดตัวครบทั้งซีรีส์ MR95F ที่เปิดตัวในปี 2025 พร้อมขยายไลน์อัปในปี 2026 ด้วย R85H และ R95H ครอบคลุมตั้งแต่ขนาด 55 นิ้ว ไปจนถึง 115 นิ้ว เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลากหลายไลฟ์สไตล์ โดยรุ่น MR95F 115 นิ้ว ราคา 1,299,990 บาท รุ่น R85H ขนาด 55 นิ้ว ราคา 49,990 บาท, 65 นิ้ว ราคา 64,990 บาท, 75 นิ้ว ราคา 89,990 บาท, 85 นิ้ว ราคา 129,990 บาท, 100 นิ้ว ราคา 189,990 บาท ขณะที่รุ่น R95H มาพร้อมขนาด 65 นิ้ว ราคา 119,990 บาท, 75 นิ้ว ราคา 174,990 บาท และ 85 นิ้ว ราคา 249,990 บาท ตอกย้ำการทำให้เทคโนโลยีจอภาพแห่งอนาคตเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายยิ่งขึ้นในหลากหลายระดับราคา

จับจองเป็นเจ้าของ World’s First Micro RGB ได้แล้ว โดยสามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 3 มิถุนายน 2569 พร้อมรับสิทธิพิเศษรวมมูลค่าสูงสุด 46,900 บาท* เมื่อซื้อทีวีรุ่นที่ร่วมรายการ รวมถึงสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% สูงสุด 24 เดือน และการรับประกันจอภาพยาวนานสูงสุด 3 ปี เมื่อลงทะเบียน สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ทาง https://www.samsung.com/th/tvs/launch-offer/ (หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)