Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น หนุนภาครัฐ สาธารณสุข และ ESG สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

เทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังก้าวข้ามบทบาทจากนวัตกรรมทางการเงินสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น” (Trust Infrastructure) ที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูล ตัวตนดิจิทัล และสินทรัพย์ในโลกจริงเข้าด้วยกันอย่างปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถพัฒนาโซลูชันดิจิทัลที่สร้างมูลค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

แนวโน้มดังกล่าวได้รับการสะท้อนผ่านเวทีเสวนาในงาน Techtopia ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการนำบล็อกเชนไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การยกระดับบริการภาครัฐ การบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพ ไปจนถึงการยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับเป้าหมายด้านความยั่งยืนและ ESG

ดร.อาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA สะท้อนวิสัยทัศน์การพัฒนา Digital Government ของประเทศไทย โดยมองว่า Data Wallet และ Document Wallet จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของ ควบคุม และบริหารจัดการข้อมูลของตนเองได้อย่างแท้จริง ผ่านแนวคิด Verifiable Credential และ Decentralized Identity ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าของข้อมูลสามารถเลือกเปิดเผยข้อมูลเฉพาะที่จำเป็น พร้อมยกระดับความสะดวก ความโปร่งใส และความปลอดภัยในการเข้าถึงบริการภาครัฐ ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวคิด “My Data, My Consent” ที่ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศข้อมูลดิจิทัล

ด้าน ดร.สุทัศน์ รงรอง Co-CEO & Chief Technology Officer บริษัท Picarbon ได้นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ Blockchain เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะข้อมูล Carbon Footprint ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในระดับโลก การจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลบน Blockchain ช่วยสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน อันนำไปสู่การสร้างคุณค่าทางธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว และการตอบโจทย์มาตรฐานด้าน ESG ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลคาร์บอนไม่ได้เป็นเพียงภาระด้านต้นทุน แต่สามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจและการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในอนาคต

ขณะที่ นายแพทย์เดโชวัต พรมดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลธ์แท็ก จำกัด ได้แบ่งปันประสบการณ์การนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้ในภาคสาธารณสุข โดยชี้ว่า Health Data Wallet จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการดูแลสุขภาพของประเทศ ผ่านการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพและการให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูลด้วยตนเอง ขณะเดียวกันยังช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบ Audit Trail ได้อย่างโปร่งใส โดยแนวทางที่เหมาะสมคือการผสานจุดแข็งของฐานข้อมูลแบบดั้งเดิมและ Blockchain ในรูปแบบ “Hybrid by Design” เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความมั่นคงปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมย้ำว่า การนำ Blockchain ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรเริ่มต้นจากโจทย์ทางธุรกิจและความต้องการของผู้ใช้งาน มากกว่าการเริ่มต้นจากตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

ในตอนท้ายของการเสวนา นายพิสิทธิ์ กุญกาจนาชีวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี (Orbix Technology) กล่าวสรุปว่า เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศมี “โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น” (Trust Infrastructure) ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล ตัวตนดิจิทัล และสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้

ทั้งนี้ ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี ในฐานะผู้พัฒนา Quarix Blockchain Infrastructure มุ่งสนับสนุนการประยุกต์ใช้บล็อกเชนในหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สาธารณสุข การเงิน และการดำเนินงานด้าน ESG ภายใต้วิสัยทัศน์ “Blockchain for REAL, Blockchain for ALL” เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีบล็อกเชนสร้างคุณค่าจากการใช้งานจริง และเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว